ประวัติ

ประวัติของอำเภอเสนา

ความเป็นมาและเหตุการณ์สำคัญ

จากคำบอกเล่า ของนายสมพงษ์ ตรีสุขี อายุ 86 ปี (อดีตผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา)และส่วนหนึ่งนำมาจากบรรยายสรุปของอำเภอเสนาปี พ.ศ.2529

1.สมัยกรุงศรีอยุธยา

แต่เดิมอำเภอเสนา เป็นชุมชนหนาแน่น แต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีการแบ่งการปกครองของกรุศรีอยุธยาเป็น 4 แขวง คือ

1.แขวงขุนนคร

2.แขวงขุนนครอุไทย

3.แขวงขุนเสนา

4.อีกแขวงหนึ่งนั้น ไม่ปรากฏแน่ชัด เพียงแต่ทราบว่าเป็นแขวงรอบบริเวณที่ตั้งกรุงศรีในปัจจุบันนี้สำหรับอำเภอเสนา เป็นส่วนหนึ่งของแขวงขุนเสนา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า อำเภอเสนา ได้เกิดขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีโดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ได้สถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีในวันศุกร์ เดือน 5 ขึ้น 6 ค่ำ ปี พ.ศ. 1893 พระราชทานนามว่า “กรุงเทพมหานครบวรทวารวดีศรีอยุธยาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์”

2.สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ก็แบ่งการปกครองเป็น 4 แขวง ตามเดิม คือ

1.แขวงนคร

2.แขวงอุไทย

3.แขวงเสนา

4.แขวงรอบกรุง

ได้มีการแบ่งเขตการปกครองเช่นนี้ตลอดมาจนถึงในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ก็ได้มีผลการเปลี่ยนแปลงแบ่งขอบเขต ให้เล็กลงไปอีก คือ

1.แขวงนคร แบ่งเป็น นครใหญ่(ซีกซ้าย) นครน้อย(ซีกขวา)

2.แขวงเสนา แบ่งเป็น เสนาใหญ่(ด้านเหนือ) เสนาน้อย (ค้านใต้)

อำเภอเสนา เป็นส่วนหนึ่งของแขวงเสนาใหญ่ ครั้นต่อมาในสมัยปี พ.ศ.2438 ซึ่งเป็นสมัยระยะเริ่มจัดกี่แบ่งเขตการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงดำริเห็นว่าแขวงเสนา แม้จะแบ่งขอบเขตออกเป็นแขวงเสนาใหญ่ เสนาน้อย แล้วก็ตามยังปรากฏว่ามีผลเมืองมาก ท้องที่กว้า จึงให้ผู้รักษากรุงจัดการบ่งเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นจึงแบ่งดังนี้

1.แขวงเสนาใหญ่ แบ่งเป็น 2 ตอน

ก. ตอนเหนือ เรียกว่า อำเภอเสนาใหญ่ แล้วต่อมาก็เป็นอำเภอผักไห่

ข. ตอนใต้ เรียกว่า อำเภอเสนากลาง ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นอำเภอเสนา คืออำเภอเสนาในปัจจุบันนี้

2.แขวงเสนาน้อย แบ่งออกเป็น 2 ตอน

ก. ตอนเหนือ แบ่งจากเขตเสนาใหญ่บางส่วน ตอนตะวันออกกับเสนาน้อย ทิศเหนือบางส่วนรวมเรียกว่า เสนาใน คืออำเภอบางบาลในปัจจุบัน

ข. ตอนใต้ เรียกว่า เสนาน้อย คืออำเภอบางไทรปัจจุบันนี้

ฉะนั้นอำเภอเสนาในปัจจุบันได้แยกออกมาเป็นเขตอำเภอเสนา จากแขวงเสนาใหญ่ และแขวงเสนากลาง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น